วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ค ว า ม ผู ก พั น

ค ว า ม ผู ก พั น

โดย รศ.พญ.จิรพรรณ มัธยมจันทร์


ความผูกพัน หมายถึง การเกาะเกี่ยวกันทางใจด้วยความรักหรือความโกรธเกลียด หรือความหลง ทำให้ปล่อยวางหรือลืมเรืองนั้น
เสียไม่ได้ สิ่งนั้นก็จะเกาะติดอยู่ในใจติดตามตัวไปทุกแห่งทุกหน ทำให้หาความผาสุก ความเป็นอิสระไม่ได้ เหมือนขาที่ถูกคล้อง
ไว้ด้วยโซ่ตรวน ย่อมจะหนักและเดินลำบาก การมีความผูกพันกับสิ่งใด คนใด เรื่องใด ก็ไม่ต่างกับการมีโซ่ตรวนล่ามขาอยู่ฉะนั้น
การผูกพันกันด้วยความรัก ใช่ว่าจะทำให้เกิดความสุขเสมอไป เมือมีความรักก็ย่อมมีความห่วงใยเป็นธรรมดา อยากให้คนที่ตนรัก
เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือไม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความอยากของคนเราใช่ว่าจะได้ดังที่อยากเสมอไปก็หาไม่ บางครั้งก็ไม่สม
อยาก พระพุทธองค์จึงได้ทรงตรัสสอนว่า "ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง แปลว่า ปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์"
ผูกพันด้วยความโกรธ ความเกลียด โดยไม่ละ ไม่วาง ยังผูกใจเจ็บแค้นกันอยู่ตลอดเวลา ก็เหมือน เอาโซ่ตรวนล่ามกันไว้เช่นกัน
การที่จะอธิษฐานจิตว่า "เกิดชาติใดขออย่าให้ได้พบได้เจอคนอย่างนี้อีกเลย" ก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะใจเราผูกพันกับเขาด้วยความ
โกรธ ความเกลียด ความชิงชังอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยแกะโซ่ตรวนที่ล่ามติดกับเขาไว้ แล้วจะพ้นจากคนที่เราไม่ชอบได้อย่างไร ตราบ
ใดที่ยังไม่แกะโซ่ตรวนออกก็ต้องตามผจญกรรมกันไปทุกภพทุกชาติ ไม่ว่าจะอธิษฐานอย่างไร ถ้าไม่ชอบใคร ไม่อยากเจอใคร ต้อง
ทำใจไม่ให้นึกถึงคนนั้น เรื่องเกี่ยวกับคนนั้น หรือถ้านึกถึงก็ให้น้อยที่สุด ยิ่งอโหสิกรรมหรือให้อภัยกันเสีย ก็จะมีโอกาสหนีพ้นจากกัน
เปรียบเหมือนแกะโซ่ตรวนออกแล้ว ก็ย่อมเป็นอิสระ ไม่ต้องไปเผชิญเวรเผชิญกรรมกันอีกทุกภพทุกชาติ ยิ่งทำดี มีเมตตากรุณากับ
ผู้ที่เราไม่ชอบ ผลแห่กรรมดีที่เรากระทำยิ่งสูงกว่าคนที่เราไม่ชอบเท่าใด ภพ ภูมิก็จะต่างกันเท่านั้น ยิ่งเกลียด ยิ่งไม่อยากเห็นหน้ากัน
ก็อย่าฝังใจอยู่ทุกวี่วัน ยิ่งจะดึงเขาเข้ามาหาเรามากขึ้นเท่านั้น จึงต้องตามผจญกันไปทุกชาติ อยากให้พ้นจากใคร ก็จงให้อภัยทาน
จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน

การผูกพันด้วยความหลง เป็นเรื่องหนักกว่าเพื่อน เพราะผู้ที่มีความหลงก็คือ เห็นสิ่งที่ผิดเป็นถูก เห็นสิ่งที่ไม่งามเป็นสิ่งที่งาม ฯลฯ
ที่โบราณเรียกว่า "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว" คือเห็นสิ่งที่เป็นอันตราย (กงจักรเป็นอาวุธที่อันตราย) ว่าเป็นของที่น่ารัก น่าบูชา แม้ใคร
จะบอก ใครจะเตือน ก็ไม่สามารถจะเอาชนะความงมงายหรือความหลงได้ ผู้ที่มีความผูกพันด้วยความหลง จึงจัดเป็นผู้ที่น่าสงสารที่สุด
จะอยู่ในสภาพที่เรียกว่า "มดไต่ขอบกระด้ง" หาทางออกไม่ได้ ก็วนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่รู้จบ ชีวิตที่มีความผูกพันกับสิ่งใดมากเกินไป
ไม่เคยให้ความสุขแก่ผู้ใดเลย รักมากก็ห่วงมาก กลุ้มมาก เกลียดมากก็ร้อนใจมาก จะเห็นว่าล้วนเป็นบ่อเกิดแหงทุกข์ทั้งสิ้น


การเดินสายกลาง อย่าไปผูกพันยึดติดกับสิ่งใด และรู้จักปล่อยวาง จะเป็นหนทางดับทุกข์ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราเลี้ยงสุนัข เรารัก
เขามาก ผูกพันกับเขาเหลือเกิน แต่อายุขัยของสุนัขน้อยกว่าคนมาก จึงมักตายก่อน เจ้าของผู้มีความผูกพันกับสุนัขตัวนั้น ก็จะเศร้าสร้อย
ไปพักหนึ่งทีเดียว ความรักความปรานีเราจะให้แก่ใครก็ได้ และเป็นสิ่งที่ควรให้ แต่การผูกพัน การยึดติดนั้นเป็นเรื่องอันตราย เป็นเหตุ
แห่งทุกข์ ไม่อยากมีทุกข์ ก็อย่ายึดติด หรือผูกพันกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด รู้จักปล่อยวาง รู้จักหาอิสรภาพให้แก่ตนเอง จะเป็นสุขในที่สุด...

***


“ทำแท้ง” พุทธศาสนามองว่าอย่างไร

ทำแท้ง : ตัดสินอย่างไร ?


โดย...พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)







“ทำแท้ง” พุทธศาสนามองว่าอย่างไร

ช่วงนี้มีการถกเถียงกันมากเกี่ยวกับประเด็น “ทำแท้ง” ว่าควรหรือไม่ควรโดยที่ทั้งฝ่ายเสนอ และฝ่ายคัดค้านต่างยกเหตุผลขึ้นมาถกเถียงกันฟังดูก็มีเหตุผลดีทั้งสองฝ่ายฝ่ายเสนอก็บอกว่าควรออกกฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้เพราะตอนนี้ก็มีการลักลอบทำแท้งเถื่อนกันมากมาย ถึงอย่างไรก็ควบคุมกันไม่ได้อยู่แล้วทำไมไม่ทำให้มันถูกต้องไปเสียเลย

บางคนก็ว่าในกรณีที่ตรวจพบว่า เด็กมีโรคร้ายแรงคลอดออกมาก็ทรมานเปล่าๆอีกไม่นานก็ตาย สู้ทำแท้งไปเลยจะได้ตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลม ฯลฯฝ่ายคัดค้านก็คัดค้านอย่างจริงจังโดยให้เหตุผลว่าการทำแท้งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กหนุ่มสาวมั่วเพศกันมากขึ้น บ้างก็ว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมสรุปว่าข้อโต้แย้งเรื่องการทำแท้งนี้ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่ยุติตราบจนกระทั่งทุกวันนี้

“ทำแท้ง” พุทธศาสนาวินิจฉัยว่าสมควร หรือไม่สมควรอย่างไร ?

ถ้าจะให้ตอบก็คงจะต้องตอบตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกซึ่งวินิจฉัยว่า การทำแท้งเท่ากับการฆ่ามนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียวเพราะพุทธศาสนาถือหลักว่าการปฏิสนธิว่าคือจุดเริ่มต้นของการเกิดเป็นมนุษย์คือมีจิตใจของมนุษย์เกิดขึ้นอยู่ในเซลล์ชีวิตเล็กๆ ที่ปฏิสนธินั้นแล้วและภาวะแห่งความเป็นมนุษย์นี้จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อตายลง

อนึ่งในทางพุทธศาสนาท่านถือว่าการฆ่ามนุษย์นั้นบาปหนักกว่าการฆ่าสัตว์ดิรัจฉานเพราะภาวะของมนุษย์ท่านถือว่าเป็นชีวิตอันประเสริฐที่ต่างจากสัตว์ดิรัจฉานทั่วไปเหตุผลคือชีวิตมนุษย์เป็นชีวิตที่มีโอกาสสามารถพัฒนาตนให้เจริญงอกงามได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ยกตัวอย่างเช่นคนธรรมดาอย่างเจ้าชายสิทธัตถะยังสามารถพัฒนาตนจนอุบัติเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นต้นดังนั้นการฆ่ามนุษย์แม้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จึงเท่ากับการตัดโอกาสของชีวิตที่จะได้พัฒนาตนต่อไป

ในเมื่อพุทธศาสนามองว่าบุตรในครรภ์แม้วันแรกก็ถือว่าเป็นมนุษย์แล้วเช่นนี้ ในการตัดสินใจว่าการทำแท้ง สมควรหรือไม่สมควรจึงเป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยเป็นกรณีๆ ไป ไม่มีคำตอบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือต้องใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไปแต่สิ่งควรจะต้องตระหนักรู้ไว้อยู่ตลอดเวลาในการที่จะตัดสินใจว่าควรหรือไม่ควรทำแท้ง คือ ชีวิตเล็กๆในครรภ์นั้นได้มีภาวะของความเป็นมนุษย์เกิดขึ้นแล้ว หาใช่แค่เซลล์เล็กๆหรือก้อนเนื้อก้อนเล็กๆ อย่างที่เคยเข้าใจแต่อย่างใด





ที่มา http://www.utpop.com/2009/uttaradit/viewthread.php?tid=215&page=1


บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า

บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า

ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเที่ยว ไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไปก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ เที่ยวไปขอยืมมาจนพ้นตัว... เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมาก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้...แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง...”

“จงจำไว้นะ...เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้...ครั้นถึงเวลา...ทั่วฟ้าจบดิน ก็ต้านเจ้าไม่อยู่...จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า...”

นี่คือคำเทศนา ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี ที่ได้โปรดชี้ธรรมไว้ในนิมิตหลังจากที่ท่านล่วงลับไปแล้วเมื่อ 100 กว่าปี อันเป็นปฐมเหตุที่ต้องสร้างความดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ฉีดเสริมจมูก6,000 ฉีดหน้าเรียว6,000 ฉีดร่องแก้ม8,000.....

 

หากท่านไม่สามารถเห็นรูปภาพด้านล่างได้ กรุณากด "แสดงเนื้อหา" (Show content)

 
     
 

ไอแอมกลูต้าดอทคอม(www.iamgluta.com)

 
 

ลดกระหน่ำมากกว่า 50% โปรแกรมฉีดเสริมเติมสวยสำหรับผิวพรรณและรูปร่าง

คืนกำไรให้คุณที่รักความสวยเช่นคุณค่ะ


 

ฉีดเสริมจมูกด้วย Restylane(สวีเดน ผ่าน อย.) เพียง 6,000บาท(อยู่ได้ 2ปี)

ฉีดร่องแก้มด้วย Restylane(สวีเดน ผ่าน อย.) เพียง 8,000บาท(อยู่ได้2ปี)

ฉีดหน้าเรียวด้วยโบทอกซ์(เกาหลี) เพียง 6,000บาท (อยู่ได้ 8เดือน)

ฉีดสลายไขมันเฉพาะจุด(ลดได้ทุกส่วน) ลดทันที 20%ทุกรายการค่ะ

 

ไอแอมกลูต้าดอทคอม(www.iamgluta.com) ผู้นำด้านการฉีดเสริมผิวสวยและหุ่นกระชับให้บริการด้วยแพทย์
จากคลินิกผิวหนังชื่อดังนานกว่า 2 ปี

ขอเสนอโปรแกรมฉีดผิวสวย ยกกระชับผิวหน้า ลดสัดส่วน ลดราคาพิเศษคืนกำไรให้ลูกค้า

ไม่ต้องเข้าคลินิกชื่อดังเสียเงินหลักหมื่นแสน รับบริการร้านของเราราคาถูกกว่าครึ่ง คุณภาพเท่าเทียม

 

1. โปรแกรมฉีดปรับหน้าเรียวเล็กด้วย Botox ลดราคาจาก 15,000บาท เหลือเพียง 6,000บาท

  • Botoxจากเกาหลีค่ะ ผ่าน อย. มั่นใจปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง ลูกค้าบอกต่อมากที่สุดถึงฝีมือการฉีดจากคุณหมอ
    ของเราค่ะ
  • ด้วยประสบการณ์ฉีดมากกว่า300รายทำให้ท่านมีหน้าเรียวภายในครั้งเดียวค่ะ ฉีดที่อื่นไม่เรียว มาฉีดที่นี่สิคะ
  • ไม่เจ็บ ไม่ไหล ไม่บวม หลังฉีดสามารถกลับไปทำงานได้ทันที
  • Big bonus ซื้อโบทอกซ์เหมาขวด ลดราคาจาก 30,000บาทเหลือเพียง 10,000บาทเท่านั้นค่ะ

 

2. ฉีดสารเติมเต็มด้วย filler จากสวีเดน (Restylane) ลดราคาจากปกติ 15,000บาท เหลือเพียง 8,000บาท

  • ฉีดเติมเต็มได้ทุกจุด เช่นร่องแก้ม ร่องลึกใต้ตา มุมปาก ฉีดเสริมจมูก ฉีดเสริมแก้มตอบ
  • สารเติมเต็มผ่าน อย. จากสวีเดน ปลอดภัย ไม่ไหล ไม่ย้อย เนียนเข้ากับผิวได้ดีมากค่ะ
  • เห็นผลทันทีหลังฉีด อยากฉีดตรงไหน แจ้งแพทย์ได้ตามต้องการค่ะ
  • Big promotion ฉีดเสริมจมูกเพียง 6,000บาท (อยู่ได้ 2ปี)
  • Big promotionฉีดร่องแก้มเพียง 8,000บาท (อยู่ได้ 2 ปี)
  • Big promotion ฉีดเสริมแก้มตอบไม่เกิน 12,000บาท

 

3. โปรแกรมฉีด stem Cell ยอดนิยมสูงสุด!!! ลดพิเศษจาก 50,000บาท เหลือเพียง 15,000บาท(10dose)

  • MFIII HP สารสกัดจากรกเด็ก แก้ไขทุกปัญหาผิว ปรับผิวขาวใส ลดริ้วรอย จุดด่างดำ หลุมลึก ผิวไม่เรียบเห็นผล
    ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ
  • บริการฉีดเข้าผิวหน้าโดยตรง ไม่มีผลข้างเคียง ผ่านการรับรองจาก อย. อเมริกา และสวิสค่ะ
  • ดารา นักแสดง ไฮโซ นิยมฉีดสูงสุดในขณะนี้ คุณหมอเองก็ฉีดตัวนี้ค่ะ

 

4. โปรแกรมฉีดสลายไขมันเฉพาะจุด ทางลัดของการลดน้ำหนักกระชับสัดส่วนลดพิเศษ 20%ทุกโปรแกรมค่ะ

  • ผสมผสานระหว่าง L carnitine, phosphatidylcholine,SRS,organic silica  เห็นผลลดสัดส่วนสูงสุด
  • ไม่เจ็บค่ะ บริการฉีดเฉพาะจุดได้ทุกบริเวณ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ใต้คาง แก้ม สะโพก ปีกหลัง
  • เห็นผลทันใจภายใน 1-2 ครั้งที่รับบริการค่ะ บริการนี้คิวยาวมากค่ะ จองคิวด่วนค่ะ 0860033458
  • เริ่มต้นเพียง 4,500บาทต่อครั้ง

 

5. โปรแกรมฉีดผิวขาวใส ด้วยกลูต้าไธโอน วิตามินซี คอลลาเจน สารสกัดจากรก

และอื่นๆ อีกมากมาย Promotion ฉีดฟรีทุกรายการค่ะ

  • mixing white กลูต้าไธโอนใหม่จากสวิส ขาวแรงอย่างไม่น่าเชื่อ่ ราคา8,000บาทต่อกล่อง
  • Vitacicol P3000 กลูต้าไธโอนจากอเมริกา ยอดนิยมตลอดกาล ขาวใสประทับใจใช้ง่าย ปลอดภัย ราคา7,000บาท
    ต่อกล่อง
  • NC24 กลูต้าไธโอนจากญี่ปุ่น สวยใสสไตล์วัยรุ่นเกาหลี ญี่ป่นราคประหยัดเพียง 5,500บาทต่อกล่อง
  • Collagen Forte biocell สุดยอดคอลลาเจนเข้มข้นนำเข้าจากสวิส ปรับผิวเนียนลื่นภายในเข็มแรกค่ะ 6,900บาทต่อกล่อง
  • Placenta extracts biocell สารสกัดจากรกบริสุทธิ์จากสวิส คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวคุณกล่องละ 9,000บาทค่ะ
  • Bayer ,TAD, กลูต้าไธโอนจากเยอรมัน อิตาลี สูตรพื้นฐานราคาประหยัดกล่องละ 4,500บาท

 

6. อาหารเสริมผิวพรรณขาวใส อาหารเสริมลดน้ำหนัก ยอดนิยม สูตรเฉพาะจากไอแอมกลูต้าค่ะ อาทิเช่น

  • ชุดลดน้ำหนัก slim sure ลดได้แม้ผู้ที่ดื้อยาลดน้ำหนัก ลดจริงไม่โยโย่ ลดมากกว่า 4-6kgต่อเดือนค่ะ
  • ชุดทาผิวรักษาสิว และทาผิวหน้าขาวใสเร่งด่วน Easy acne,Easy white ราคาประหยัดเหมาะกับวัยรุ่นให้การรักษา
    คุณภาพเทียบเท่าคลินิกผิวหนังค่ะ
  • อาหารเสริมผิวพรรณนานาชนิด เช่น Gluta lypo Max,L carnitine,Gluta plus,Gluta zinc,Gluta super white,Idebenone,hyaluron,Neydin salveplacenta extract,vitamin C,acnotin 10mg,sibutramine 15mg,reduce 15mg,Lishou,
    และอื่นๆ ค่ะ

 

 

โปรโมชั่นพิเศษแบบนี้ รีบโทรจองคิวพบแพทย์นะคะที่เบอร์  086-0033458, 085-6676000

สถานที่ฉีดปลอดภัย สะอาด ถูกต้องตามหลักเทคนิปราศจากเชื้อค่ะ

คุณหมอใจดี ค่ะโทรปรึกษาได้

ท่านใดผิดหวังจากที่อื่น ร้านเราดูแลต่อให้ค่ะ ลูกค้าเก่าเราก็ไม่ทอดทิ้ง

ชมสินค้าเพิ่มเติม www.iamgluta.com

สอบถามและสั่งสินค้าทางเมลล์  glutathione.iv@hotmail.com
 

 
 

จะจ่ายเงินหลักแสนทำไมคะ ที่นี่ทำให้คุณสวยระดับดารา ราคากันเองค่ะ

ขออภัยที่ข้อความนี้รบกวนท่านค่ะ

 
 

โปรดอย่าตอบกลับอีเมล์นี้ ทางเราจะไม่ได้รับข้อความจากท่าน กรุณาอีเมล์มาที่  glutathione.iv@hotmail.com

 
 

ขออภัยอย่างสูงหากอีเมล์นี้รบกวนท่าน...

 
     
 

 

 
Sun, 27 Feb 2011 10:30:44 GMT

เสียบปลั๊กใช้งานได้ทันทีไม่ต้องติดตั้ง........

บจก. ตลาด เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย)
33/1-2 ซอยลาดพร้าว 80 แยก 22 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. 10310

Tel 02-932-6535
, 02-935-5661-2, 02-932-7363-4  Fax 02-935-5992  แผนที่

รายละเอียดเพิ่มเติม  แอร์  เครื่องปรับอากาศ  แอร์มุ้ง   แอร์เคลื่อนที่


แอร์เคลื่อนที่ PORTABLE AIR  สินค้า พร้อมจำหน่าย นอกเวลาแจ้งล่วงหน้า รับสินค้าได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

MODEL  BTU. คอมเพรสเซอร์ ไฟฟ้า  ราคาพิเศษ
 แอร์เคลื่อนที่ CTP-CB 12  12,000

ROTARY

 220V.      15,300
 แอร์เคลื่อนที่ CTP-CB 14  14,000 ROTARY  220V.      16,300
 แอร์เคลื่อนที่ CTP-CB 18  18,000 ROTARY  220V.      17,300

ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%เรียบร้อยแล้ว 
แอร์เคลื่อนที่ สามารถปรับอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องหรือบริเวณที่ใช้งานให้เหมาะสมได้ตามต้อง การ ด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ง่ายและสะดวกทำให้เหมาะสมแก่การใช้งาน ในหลายโอกาสและสถานที่ ทั้งการทำความเย็นลดความชื้นและช่วยการหมุนเวียนของอากาศ ออกแบบเป็นพิเศษให้เล็กกระทัดรัด กินไฟน้อยเครื่องทำงานเงียบควบคุมด้วยระบบดิจิตอลแสดงผลที่หน้าจอและ สามารถแสดงผล การผิดปกติของเครื่องโดยอัติโนมัติ  คุณสมบัติของเครื่อง แอร์เคลื่อนที่ เซ็นทรัลแอร์ คอมเพรสเซอร์ชนิด โรตารี่ ทำงานงียบมากและ ประหยัดไฟ  เพียงแค่เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้ทันที  ตั้งเวลา เปิด-ปิด  ท่อทองแดงภายในคุณภาพสูงทนทาน  จอแสดงผลแบบ ดิจิตอล  แผ่นกรองอากาศใช้ เทคโนโลยีระดับนาโนมิเตอร์  สำหรับการนอน  บันทึกหน้าที่การทำงานได้  รับประกัน 1 ปี


แอร์มุ้ง เซ็นทรัลแอร์

 MODEL   BTU.   ตรม.   คอมเพรสเซอร์   ไฟฟ้า   มาตรฐาน   ขายปลีก 
 CSA-CW 06    6,000 ในมุ้ง  ROTARY   220V.  4     15,300

แอร์มุ้ง สะดวก เสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
แอร์มุ้ง ประหยัด ค่าไฟประมาณ 150 บาท/เดือน (เฉลี่ยเปิดใช้งานวันละ 8 ชั่วโมง)
แอร์มุ้ง อากาศบริสุทธิ์ ระบบฟอกอากาศ EPS กรองแบคทีเรีย และกลิ่น
แอร์มุ้ง เคลื่อนย้ายสะดวก ง่ายสำหรับการเคลื่อนย้ายไปในทุกสถานที่
แอร์มุ้ง คือเครื่องปรับอากาศที่ให้ความเย็นเฉพาะที่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่สุขสบายเหมือนห้องปรับอากาศทั่วไป แต่ปรับอากาศให้เย็นเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการใช้ คือเย็นเฉพาะภายในมุ้ง ซึ่งประหยัดค่าไฟฟ้า
แอร์มุ้ง ไม่ต้องติดตั้งให้เสียเวลา และค่าใช้จ่าย โดยสามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
แอร์มุ้ง คงทน แข็งแรง น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
แอร์มุ้ง มีระบบฟอกอากาศ EPS กรองฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ปราศจากฝุ่นละออง แบคทีเรีย ควันบุหรี่ และกลิ่นอับชื้น ปรับความชื้นอัตโนมัติ
ช่วงอากาศหนาวสามารถปรับความอุ่นซึ่งอยู่ด้านหลังเข้าในมุ้งได้
แอร์มุ้ง ควบคุมการทำงานได้ทั้งระบบสัมผัส และระบบรีโมทคอนโทรลไร้สาย
ไทมเมอร์หน่วงเวลา 3 นาที เพื่อป้องกันความเสียหายของคอมเพรสเซอร์
แอร์มุ้ง ปรับแรงลม 3 ระดับ  ปุ่มออโต้ ปรับความเร็วโดยอัตโนมัติ
แอร์มุ้ง ปุ่มสลีพ  ปรับอุณหภูมิโดยอัตโนมัติขณะนอนหลับ
แอร์มุ้ง ไทมเมอร์  ตั้งเวลา เปิด-ปิด ล่วงหน้า 15 ชั่วโมง

Sun, 27 Feb 2011 10:01:37 GMT

ผู้ชายแบบนี้ อาจจะอยู่ข้างๆคุณก็ได้

ผู้ชายแบบนี้ อาจจะอยู่ข้างๆคุณก็ได้ (เรื่องน่าอ่าน)
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความสอนใจ,
บทความน่าอ่าน, เรื่องน่าอ่าน, เรื่องน่ารู้
มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ .. และเล่าเรื่องราวต่างๆ
ให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งฟัง เธอเล่าเรื่องน่าเศร้าไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ

เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กผู้หญิง .. รับฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาก็เงียบ ..

เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ .. เรื่อยๆ
จนเด็กผู้ชายพูดขึ้นมาว่า เธอจะร้องอะไรกันนักหนา ยัยบ้า
เรื่องแค่เล็กน้อยแค่นี้ เธอถึงกับต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้เชียวเหรอ

เด็กผู้หญิงเลยพูดขึ้นว่า .. ก็เธอน่ะมันคนใจร้าย เธอจะไปเข้าใจอะไรล่ะ
เวลาที่ฉันมีปัญหา.. เวลาที่ฉันเสียใจ .. พอฉันบอกให้เธอฟัง
เล่าให้เธอฟัง เธอกลับหาว่าฉันบ้า เธอไม่เคยเข้าใจฉันเลย
เธอมันเป็นผู้ชายที่ไม่มีความอ่อนโยน..

ทำไมน๊ะ เวลาที่ฉันร้องไห้ .. ทำไม ..
ทำไมเธอไม่เคยคิดจะพูดปลอบใจฉันบ้าง .. ทำไมเธอชอบว่าฉันนัก .. หรือว่า
แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอ .. ต้องให้เธอมาทำให้ฉัน ยิ่งทรุดหนักลงใช่มั้ย

เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่ .. นิ่งเงียบ ..
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่คิดว่า .. เธอมันยัยโง่
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นมีคำถามมากมาย ..

คำถามเป็นร้อยๆ พันๆ คำถาม ที่อยากจะเอ่ยถามเด็กผู้หญิงคนนั้น
แต่เด็กผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยจะเอ่ยถามแม้สักคำ ..

เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า เวลาเธอน่ะร้องไห้ ฉันแทบจะเป็นบ้า
เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า .. เวลาเธอเศร้า ฉันเศร้ายิ่งกว่า
แล้วเธอไม่รู้หรอกเหรอว่า .. คนที่มันทำเธอร้องไห้
ฉันอยากจะกระทืบมันให้ตาย นี่เธอไม่เคยรู้จริงๆ เหรอว่า ..
ฉันรักเธอมากแค่ไหน

เธอไม่รู้หรือไงน๊ะยัยโง่ ว่า .. ฉันน่ะปลอบเธอไม่เป็น ฉันรู้นะ .. ถ้า
ฉันปลอบเธอ เธอจะดีขึ้น แต่ … ฉันก็ไม่ทำ ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ..
ฉันไม่อยากเห็นเธออ่อนแอ ฉันอยากเห็นเธอเข้มแข็ง
และลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาด้วยตัวของเธอเอง ..

ถึงแม้ว่าเธอ .. จะมองว่าฉันเป็นคนใจร้าย .. ฉันก็ยอม
ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยน แสนดี ..
ฉันอาจไม่ใช่คนที่เธอต้องการยามเศร้า .. ฉันอาจไม่ใช่ .. ใครคนนั้น ..
สำหรับเธอ ..

ถึงเธอจะโกรธ จะเกลียดฉัน .. แต่อยากให้รู้ไว้นะว่า
ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยนคนนี้ก็รักเธอ

น่าเศร้าใจนัก ที่เด็กผู้หญิงคนนั้น .. ไม่มีทางรู้เลยว่า
ความไม่อ่อนโยนที่เด็กผู้ชายคนนึงมอบให้ .. กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ..
ถ้าเด็กผู้หญิงคนนั้นรู้สักนิดว่า .. เด็กผู้ชายคนนั้นรักเค้าแค่ไหน
เรื่องนี้มันคงไม่เป็นแบบนี้

อย่ามองแค่การกระทำภายนอกของเขา แต่ลองมองลึกถึงหัวใจ .. แล้วคุณจะรู้ว่า
ใครบางคนที่คุณ ..คิดว่า ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย .. เค้าคนนั้นอาจจะ ..
แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่เต็มเปี่ยม

จงอย่ามองด้วยตา แต่มองด้วยใจ .. เพราะสิ่งที่ดีๆ
บนโลกใบนี้ซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะหามันเจอรึเปล่า ..

วิทยาศาสตร์ – ฟิสิกส์ สื่อการเรียนรู้ออนไลน์

วิทยาศาสตร์ – ฟิสิกส์ สื่อการเรียนรู้ออนไลน์

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์เว็บไซต์
หากรบกวน ต้องกราบขออภัย มา ณที่นี่ด้วย

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ไทย ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ รวมข้อสอบ รวมข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย
รวมข้อสอบเยียวยา สาระน่ารู้ น่ารู้มีสาระ เรื่องน่ารู้ ข้อสอบออนไลน์
คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ ข้อสอบ ... คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ ข้อสอบ ระบบข้อสอบ
โปรแกรมข้อสอบ แบบทดสอบออนไลน์
http://thaiphysics.blogspot.com
และ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=oopps
pooh_physics.jomjai_ninephoom@blogger.com,pooh_physics.sanook_sanook@blogger.com,clipgay.sciens@blogger.com,
pooh_physics.sciencetest@blogger.com,clipgay.forward-mail-thai@blogger.com,ninephoom.freetest@blogger.com,
ninephoom.sciences@blogger.com

สาระน่ารู้ น่ารู้มีสาระ เรื่องน่ารู้– ดูบล็อก
http://lovelovelovethailand.blogspot.com

Jomjai Ninephoom– ดูบล็อก http://ninephoom.blogspot.com

รวมข้อสอบ รวมข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย รวมข้อสอบเยียวยา– ดูบล็อก
http://sobkroobannok.blogspot.com

รวมข้อสอบ แบบทดสอบ รวมแนวข้อสอบ– ดูบล็อก http://sorbkrooyai.blogspot.com

ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ
– ดูบล็อก http://sobkroo.blogspot.com

รักแปดพันเก้า รักเรานิรันดร์– ดูบล็อก http://love8love9.blogspot.com

Volleyball Thailand Clubดูบล็อก http://volleyballthailand.blogspot.com

Physics Thailand Physics– ดูบล็อก http://thailandphysics.blogspot.com

ความรัก บทความความรัก ดูดวงความรัก นิยามความรัก กลอนรัก เพลงรัก–
ดูบล็อก http://biologycontest.blogspot.com
thaiphysics.over-blog.com
Exercises Science Testing– ดูบล็อก http://lovegaystory.blogspot.com

ข้อสอบออนไลน์ คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ ข้อสอบ ... คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ
ข้อสอบ ระบบข้อสอบ โปรแกรมข้อสอบ แบบทดสอบออนไลน์
http://thaifreetest.blogspot.com/

10 สิ่ง ที่ผู้หญิงชอบ ให้ผู้ชายทำ

10 สิ่ง ที่ผู้หญิงชอบ ให้ผู้ชายทำ

10 สิ่ง ที่ผู้หญิงชอบ ให้ผู้ชายทำ

หมวด: คิดนึกความรักบทความเกร็ดความรู้

รู้ไหมคะ ว่าผู้หญิงชอบให้ผู้ชายทำอะไรกับเธอบ้าง ลองอ่านดูค่ะ (10 สิ่งที่ผู้หญิงชอบให้ผู้ชายทำ)

  1. ชอบผู้ชายที่ให้เกียรติตน ทั้งต่อหน้าและลับหลังคนอื่น
  2. ชอบผู้ชายพูดจาไพเราะ อ่อนหวานแต่ไม่เหยาะแยะ แฝงความเข้มแข็งในน้ำเสียง
  3. ชอบผู้ชายที่ยิ้มง่ายและมีอารมณ์ขัน
  4. ชอบผู้ชายที่ช่างเอาใจ จำวันสำคัญๆได้บ้าง (ไม่ต้องหมดหรอก ให้ได้บ้างก็พอแล้ว)
  5. ชอบผู้ชายที่ดูแล้วอบอุ่น พึ่งพาได้
  6. ชอบผู้ชายที่เก่งกาจ มีความเป็นผู้นำ แต่ไม่สำคัญตัวเองและดูถูกเรา
  7. ชอบผู้ชายที่รู้จักง้อบ้าง ยิ่งเวลาตัวเองผิดด้วยเนี่ย (ขอโทษๆน่ะ พูดเป็นมั้ย)
  8. ชอบผู้ชายที่แต่งตัวภูมิฐาน สะอาดสะอ้าน
  9. ชอบผู้ชายที่เสมอต้นเสมอปลาย แสดงออกว่ารักอย่างสม่ำเสมอ
  10. ชอบผู้ชายที่เวลาไปไหนมาไหนก็บอกกันบ้าง

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ แค่นี้เอง ลองทำดูนะคะ 

ศิลปวัฒนธรรมไทย

ศิลปวัฒนธรรมไทย

รำฉุยฉายพราหมณ์

รำฉุยฉายพราหมณ์

เป็นส่วนหนึ่งของการร่ายรำที่งดงามของตัวละครประเภทพระ
จากบทพระราชนิพนธ์เบิกโรงดึกดำบรรพ์ เรื่อง พระคเณศร์เสียงา
ในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีเนื้อเรื่องย่อว่า
ปรศุรามเจ้าแห่งพราหมณ์ทะนงตัวว่าเป็นที่โปรดปรานของพระอิศวร
คิดจะเฝ้าในโอกาสที่ไม่สมควร พระคเณศร์ได้ห้ามปราม จนเกิดการวิวาท
ปรศุรามขว้างขวานโดนงาซ้ายพระคเณศร์หักสะบั้น พระอุมากริ้วปรศุราม
จึงสาปให้หมดกำลังล้มกลิ้งดั่งท่อนไม้
พระนารายณ์ทรงเล็งเห็นและเกรงว่าคณะพราหมณ์จะขาดผู้ปกป้อง
อีกทั้งทรงทราบว่าพระอุมาเมตตาต่อเด็ก จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์น้อย
ซึ่งเป็นปฐมเหตุให้เกิดการการรำฉุยฉายพราหมณ์ขึ้น
เนื้อเรื่องต่อไปพระอุมาประทานพรให้พราหมณ์
และสามารถแก้ไขคำสาปให้กลับกลายเป็นดีในที่สุด
ลีลาท่ารำเชื่อกันว่าเป็นผลงานของพระยานัฏกานุรักษ์
ต่อมากรมศิลปากรได้ปรับปรุงท่าร่ายรำ ให้เป็นลีลาท่ารำของตัวพระ
ที่มีลักษณะของความเป็นหนุ่มน้อยที่มีความงดงาม และท่ามีนวยนาดกรีดกราย
โอกาสที่ใช้แสดง ใช้เป็นการรำเบิกโรงและการแสดงในงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป
ดนตรีประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์บรรเลง โดยมีบทร้องดังนี้


ฉุยฉายเอย
สะเอวแสนอ่อนอรชรช่วงกาย
สองเนตรคมขำแสงดำมันขลับ
น่ารักเอย
เหมือนแรกจะรุ่น
เจ้ายิ้มเจ้าแย้ม
จ่อจิตติดตา
ช่างงามขำช่างรำโยกย้าย
วิจิตรยิ่งลายที่คนประดิษฐ์
ชม้อยเนตรจับช่างสวยสุดพิศ
น่ารักดรุณ
จะรู้เดียงสา
แก้มเหมือนมาลา
เสียจริงเจ้าเอย

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

น้ำผัก-ผลไม้ล้างพิษกระเพาะอาหาร -  MSN ผู้หญิง

น้ำผัก-ผลไม้ล้างพิษกระเพาะอาหาร -  MSN ผู้หญิง

ความหมายของดาวเทียม

ความหมายของดาวเทียม

ดาวเทียม คือ
ห้องทดลองที่นักวิทยาศาสตร์บรรจุอุปกรณ์ต่างๆเอาไว้แล้วส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกเพื่อประโยชน์ในด้านต่างๆ
มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันแล้วแต่ความมุ่งหมายของแต่ละโครงการ
ดาวเทียมอาจมีรูปร่างเป็นทรงกลม รูปกลองหรือหีบก็ได้
และไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างเพรียวลมเหมือนยวดยานต่างๆที่เราใช้อยู่บนโลก
เพราะในอวกาศไม่มีอากาศที่จะมาปะทะเป็นแรงต้านทาน
ขนาดของดาวเทียมบางดวงมีขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2-3 นิ้ว
หรือ 2-3 ฟุต แต่บางดวงอาจใหญ่โตจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นร้อยๆฟุต
เช่น ดาวเทียมเอกโก (Echo) เป็นต้น ดาวเทียมที่ถูกส่งออกไปสู่อวกาศ
อาจมีระยะเวลาในการโคจรรอบโลกเป็นเวลานานมากน้อยต่างกัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กีบขนาดและระยะห่างของวงทางโคจร
ถ้าเข้ามาใกล้โลกมากๆจะเกิดแรงต้านทานทำให้ความเร็วของดาวเทียมลดลง
เมื่อมีความเร็วน้อยกว่าที่กำหนด
ดาวเทียมก็จะตกลงสู่โลกและถูกเผาไหม้ในบรรยากาศของโลก
โดยทั่วไปดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่และมีวงโคจรต่ำจะสลายตัวไปเร็วกว่าดาวเทียมที่มีขนาดเล็กแต่มีวงโคจรสูง
เช่น ดาวเทียมแวนการ์ด หมายเลข 1 (Vanguard 1)
ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 6 นิ้ว โคจรห่างจากโลก 400 ไมล์ ส่งไปเมื่อ
พ.ศ. 2501 ซึ่งคาดว่าจะมีอายุได้เป็นร้อยๆปี

หลักการส่งดาวเทียม

การส่งดาวเทียมออกนอกโลก
อาศัยกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่มนุษย์ได้ศึกษาจนพบความจริง เช่น กฎของนิวตัน
เช่น กฎเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ (Law of motion) และกฎแห่งความโน้มถ่วง
(Low of gravitational)

การที่จะส่งดาวเทียมขึ้นไปได้จะต้องมีความเร็วที่พอเหมาะ
คือ ความเร็ว 5 ไมล์ต่อวินาที หรือ 18,000 ไมล์ต่อชั่วโมง
วัตถุก็จะเคลื่อนที่เป็นวงกลม และวัตถุจะไม่มีโอกาสตกถึงพื้นดินอีกเลย
และจะเคลื่อนที่อยู่ในความสูงประมาณ 200-300 กิโลเมตร หรือ 124-186 ไมล์
จากพื้นผิวโลก ถ้าวัตถุเริ่มเคลื่อนที่มีความเร็วมากกว่า 5 ไมล์ต่อวินาที
จะได้วงโคจรแบบวงรีซึ่งใช้สำหรับส่งยานอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์
ถ้าหากมีความเร็วต้นเพิ่มขึ้นถึง 7ไมล์ต่อวินาทีจะได้วงโคจรที่เรียกว่า
พาราโบลา ถ้ามีความเร็วมากกว่า 7 ไมล์ต่อวินาที วงโคจรจะเป็นแบบ
ไฮเพอร์โบลา ความเร็ว 7 ไมล์ต่อวินาทีที่ทำให้วัตถุหลุดออกไปจากโลก
เรียกว่า ความเร็วหลุดพ้น (Escape velocity)

ดาวเทียมโคจรรอบโลกได้เพราะมีแรง 2 แรงที่สมดุลกันพอดี
คือ ในขณะที่ดาวเทียมเคลื่อนที่เป็นทางโค้ง จะมีแรงสู่ศูนย์กลาง
(Centripetal force) และ แรงหนีศูนย์กลาง (Centrifugal force) เกิดขึ้น

1. แรงสู่ศูนย์กลาง
เป็นแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นระหว่างโลกกับดาวเทียมตามกฎแห่งความโน้มถ่วงของกฎนิวตัน
ที่กล่าวไว้ว่า "แรงดึงดูดระหว่างวัตถุที่มีมวลสาร 2
ชิ้นจะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับผลคูณของมวลทั้งสอง
และเป็นปฏิภาคกลับกับกำลังสองของระยะทางระหว่างวัตถุทั้งสอง"

2. แรงหนีศูนย์กลาง
เกิดจากวัตถุเคลื่อนที่เป็นทางโค้งหรือเป็นวงกลม
ถ้าหากดาวเทียมโคจรอยู่ห่างจากโลกมากๆความเร็วของดาวเทียมก็จะลดลงด้วย
ความเร็วที่ต้องการเพื่อให้ดาวเทียมขึ้นไปโคจรตามระยะห่างที่ต้องการนั้นเรียกว่าความเร็วตามวงทางโคจร
(Orbital velocity)


ดาวเทียมที่โคจรอยู่ห่างจากโลกมากเท่าไรก็จะเสียเวลาในการโคจรรอบโลกมากขึ้น
เพราะความเร็วของดาวเทียมลดลง และระยะทางในการโคจรเพิ่มมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ข้อสอบสังคมโอเน็ตปีนี้รั่วรึป่าว (พิสูจน์ด้วยภาพ)

ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ไทย ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์
โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ รวมข้อสอบ รวมข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย
รวมข้อสอบเยียวยา สาระน่ารู้ น่ารู้มีสาระ เรื่องน่ารู้ ข้อสอบออนไลน์
คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ ข้อสอบ ... คลังข้อสอบ รวมข้อสอบ ข้อสอบ ระบบข้อสอบ
โปรแกรมข้อสอบ แบบทดสอบออนไลน์
http://thaiphysics.blogspot.com
และ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=oopps

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แนวข้อสอบมาตรฐานช่วงชั้นที่ 2กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

แนวข้อสอบมาตรฐานช่วงชั้นที่ 2กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ชุดที่ 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (จำนวน 100 ข้อ)
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้อง หรือเหมาะสมที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1. ขั้นตอนเกี่ยวกับการถ่ายละอองเรณูเป็นเช่นไร
1) การที่ละอองเรณูเข้าไปผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
2) การที่ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรตัวเมียของพืชชนิดเดียวกัน
3) การที่ละอองเรณูงอกหลอดไปตามก้านเกสรตัวเมีย
4) ไม่มีข้อถูก
2. สารใดใช้เป็นตัวทดสอบการสังเคราะห์แสงของพืช
1) แป้ง 2) น้ำเกลือ
3) แอลกอฮอล์ 4) ไอโอดีน
3. พืชชนิดใดสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
1) มะม่วง ชบา 2) กุหลาบหิน กระชาย
3) ถั่ว ชบา 4) พู่ระหง ต้อยติ่ง
4. พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้ประเทศโดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
มีหลายชนิด ยกเว้น ต้นอะไร
1) กล้วยไม้ 2) มังคุด
3) คาร์เนชัน 4) เยอบีร่า
5. คำในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
1) ตอนกิ่ง 2) ปักชำ
3) ต่อกิ่ง 4) การถ่ายละอองเรณู
6. มะละกอ ถือได้ว่าเป็นผลไม้ประเภทใด
1) ผลเดี่ยว 2) ผลกลุ่ม
3) ผลรวม 4) ไม่มีข้อถูก

7 . ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ของกลุ่มพืช กับสีธรรมชาติที่ผลิตออกมาได้ถูกต้อง
1) ขมิ้น พริก ให้สีเหลือง 2) แครอต มะเขือเทศ ให้สีแดง
3) อัญชัน ดอกโสน ให้สีน้ำเงิน 4) ใบบัวบก ใบย่านาง ให้สีเขียว
8. ขนมในข้อใดที่ไม่นิยมใช้ใบตองห่อ
1) ข้าวต้มมัด 2) ขนมตาล
3) ข้าวหลาม 4) ขนมกล้วย
9. ดอกไม้ในข้อใดที่มีเกสรชนิดเดียว
1) ดอกกุหลาบ 2) ดอกตำลึง
3) มะเขือ 4) ถูกทุกข้อ
10. ข้อใดเป็นวิธีการขยายพันธุ์ของพืชชั้นต่ำ
1) การติดตา 2) การสร้างสปอร์
3) การใช้เมล็ด 4) การตอน
11. สัตว์ชนิดใดจัดเป็นสัตว์จำพวกสัตว์มีพิษ
1) ไส้เดือน 2) ตะขาบ
3) กิ้งกือ 4) จักจั่น
12. (1) นกถ่ายอุจจาระบ่อยๆ เพราะมีลำไส้สั้น
(2) ตัวตุ่นปากเป็ด ตัวกินมด เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ที่ออกลูกเป็นตัว
(3) นกกระจอกเทศเป็นสัตว์ปีกแต่บินไม่ได้
จงเลือกข้อที่ถูกทั้งหมด
1) (1), (2) 2) (1), (3)
3) (2), (3) 4) (1), (2) และ (3)
13. ข้อใดเป็นสัตว์ป่าสงวนทั้งหมด
1) กวาง แรด เสือดาว 2) ละอง กระทิง ควายป่า
3) นกกระเรียน พะยูน สมเสร็จ 4) เก้งหม้อ ช้างป่า ไก่ฟ้า

14. ข้อใดไม่ใช่สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
1) จิ้งเหลน งู 2) ปะการัง ฟองน้ำ
3) ดอกไม้ทะเล หอย 4) กิ้งกือ กุ้ง
15. พยาธิตัวจี๊ดสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ ถ้ารับประทานอาหารในข้อใด
1) ผักสด 2) หมูยอ
3) หมูแหนมดิบ 4) หมูหยอง
16. กบกับตุ๊กแก ต่างกันที่ตรงไหนมากที่สุด
1) การปฏิสนธิ 2) อาหารที่กิน
3) การออกไข่ 4) ถูกทุกข้อ
17. ข้อใดเป็นความสำคัญของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
1) เป็นเขตของสัตว์ป่าสงวนโดยเฉพาะ
2) เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้ามประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย
3) เป็นสวนสัตว์หลากหลายชนิด
4) เป็นเขตป่าสงวนห้ามคนบุกรุก
18. ข้อใดผิด
1) เราใช้แร่แกรไฟต์ ทำไส้ดินสอดำ
2) แร่รัตนชาติที่แข็งที่สุด คือ เพชร
3) แร่ดีบุกมีประโยชน์ใช้ทำหินลับมีด
4) ฟลูออไรต์เป็นสารป้องกันฟันผุได้
19. ข้อใดจับคู่ชนิดของหินที่แปรสภาพได้ถูกต้อง
(1) หินฟิลไลท์ - หินดินดาน
(2) หินดินดาน - หินชนวน
(3) หินทราย - หินควอร์ตไซต์
1) (1) 2) (1), (2)
3) (1), (3) 4) (2), (3)

20. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
1) หยกและโอปอลเป็นแร่รัตนชาติ
2) เรเดียมเป็นแร่กัมมันตรังสี
3) ถ่านหินสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
4) น้ำมันเป็นแร่กัมมันตรังสี
21. หินในข้อใดที่เราสามารถพบซากฟอสซิลได้
1) หินชนวน 2) หินแกรนิต
3) หินปูน 4) หินพัมมิซ
22. ข้อใดเป็นอิทธิพลสำคัญในการเกิดหินแปร
1) ความร้อนและความกดดันภายในโลก
2) พลังแสงอาทิตย์
3) การถูกแรงอัดเป็นเวลานานๆ
4) การแข็งตัวของแมกมา
23. กลุ่มผู้ย่อยสลายคือสิ่งมีชีวิตจำพวกใด
1) สาหร่าย รา 2) ไรแดง ยีสต์
3) แบคทีเรีย รา 4) นก คน
24. ทุกข้อเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดพิษต่อระบบนิเวศวิทยา ยกเว้นข้อใด
1) เสียงจากยานพาหนะในที่ที่มีการจราจรคับคั่ง
2) คราบน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันอับปาง
3) การลดใช้สเปรย์ฉีดฆ่าแมลง
4) การเผาขยะมูลฝอย
25. ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในข้อใดที่มีความสัมพันธ์เช่นเดียวกับกาฝากกับ
ต้นไม้ใหญ่
1) เฟินกับต้นไม้ 2) นกเอี้ยงกับควาย
3) พยาธิไส้เดือนในลำไส้มนุษย์ 4) กบกับแมลง

26. บุคคลในข้อใดที่ไม่ได้เป็นผู้ที่ทำลายชีวบริเวณ
1) โป้งทิ้งขยะลงในแม่น้ำ
2) ปลาฆ่าแมลงที่เป็นศัตรูพืช
3) โต้งปลูกผักโดยฉีดยาฆ่าแมลง
4) ตาลใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูกพืช
27. การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม มีหลายแบบ ยกเว้นข้อใด
1) ตั๊กแตนมีสีเขียว 2) หมีขั้วโลกมีขนยาว
3) ปิ๋มหน้าตาคล้ายแม่ 4) ผีเสื้อมีลวดลาย
28. ดินสีอะไรที่เหมาะนำมาปลูกพืชให้เจริญงอกงาม
1) สีดำ 2) สีน้ำตาล
3) สีน้ำตาลปนดำ 4) สีเขียวคล้ำ
29. ทุกข้อเป็นผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก ยกเว้นข้อใด
1) เกิดลมพายุบ่อย
2) เกิดอุณหภูมิและอากาศแปรปรวน
3) เกิดแผ่นดินไหว
4) เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
30. สารในข้อใดที่เมื่อปล่อยเข้าสู่บรรยากาศจะไปทำลายโอโซน
1) คลอโรฟลูออโรคาร์บอน 2) คลอโรฟลูออโรคลอรีน
3) คาร์บอน 4) คาร์บอนมอนอกไซด์
31. ข้อใดเป็นการป้องกันโรคที่เกิดจากจุลินทรีย์
1) ทำลายจุลชีวันโดยใช้รังสีอัลตราไวโอเลต
2) รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด
3) ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
4) ถูกทุกข้อ


32. เลือกคำมาเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง
.................... เป็นวิธีที่จุลินทรีย์ใช้แพร่พันธุ์เร็วที่สุด
ในแป้งข้าวหมากมีจุลชีวันชื่อ .................... อยู่
ใบแห้ง รากเน่า เป็นโทษของ ....................
1) การสร้างสปอร์ รา ยีสต์
2) การแบ่งตัว ยีสต์ รา
3) การแบ่งตัว ยีสต์ แบคทีเรีย
4) การสร้างสปอร์ รา แบคทีเรีย
33. จุลินทรีย์ในข้อใดที่สามารถนำมาสกัดเป็นยาเพนิซิลลินได้
1) ไวรัส 2) แบคทีเรีย
3) รา 4) ยีสต์
34. ข้อใดมิใช่เหตุผลที่นิยมใช้ปรอทในการบรรจุในเทอร์มอมิเตอร์
(1) ปรอทไม่เกาะข้างหลอดแก้ว
(2) ปรอทมีราคาถูกหาซื้อง่าย
(3) ปรอทเป็นตัวกลางทึบแสงทำให้มองเห็นได้ชัดเจน
(4) ปรอททำให้บริสุทธิ์ได้ง่าย
(5) ปรอทแข็งตัวและเดือดได้ยาก
(6) ปรอทเปลี่ยนสถานะได้เร็ว
1) (1), (2) 2) (3), (4)
3) (2), (6) 4) (5), (6)
35. ข้อใดมีระดับอุณหภูมิเท่ากัน
1) จุดเดือด - จุดหลอมเหลว 2) จุดเยือกแข็ง - จุดระเหิด
3) จุดเยือกแข็ง - จุดเดือด 4) จุดหลอมเหลว - จุดเยือกแข็ง
36. วัตถุชนิดใดที่เหมาะนำมาทำวัสดุกันความร้อนได้ดีที่สุด
1) ดีบุก 2) พลาสติก
3) อะลูมิเนียม 4) กระดาษ

37. ทำไมเราถึงรู้สึกอบอ้าวก่อนที่ฝนจะตก
1) เพราะแสงอาทิตย์ส่องมาที่โลกมากผิดปกติ
2) เมฆคลายความร้อนแฝงออกมา
3) มีเมฆมากผิดปกติ
4) แผ่นดินคลายความร้อนมากผิดปกติ
38. ในเทอร์มอมิเตอร์ เราจะสังเกตเห็นสีแดงอยู่ในหลอดเทอร์มอมิเตอร์
อยากทราบว่าเป็นสีของอะไร
1) สีของปรอท 2) สีของน้ำแดง
3) สีที่ผสมกับปรอท 4) สีผสมอาหาร
39. สารเคมีคืออะไร
1) สารที่มีความบริสุทธิ์ ไม่มีสารอื่นเจือปน
2) สารที่เกิดจากการรวมตัวกันของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป
3) สิ่งที่เป็นองค์ประกอบของสาร ที่อาจจะเป็นได้ทั้งธาตุ สารประกอบ
และของผสม
4) การนำธาตุ หรือสารประกอบตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมารวมกัน
40. ข้อใดเป็นสารเนื้อเดียวทั้งหมด
(1) น้ำมันเบนซิน (2) น้ำแป้ง (3) น้ำสลัด
(4) น้ำเชื่อม (5) สังกะสี
1) (1), (2), (3) 2) (1), (2), (4)
3) (1), (3), (5) 4) (1), (4), (5)
41. ข้อใดที่ไม่ใช่สารเคมีที่เจือปนอยู่ในอาหาร
1) ผงชูรส สารกันบูด 2) สีสังเคราะห์ เกลือแร่
3) สารกันหืน น้ำปลา 4) ไม่มีข้อถูก
42. เหล็ก แอลกอฮอล์ น้ำ ไอน้ำ เมื่อได้รับความร้อนในปริมาณที่เท่าๆ กัน
อยากทราบว่าสิ่งใดที่จะขยายตัวได้น้อยที่สุด
1) เหล็ก 2) แอลกอฮอล์
3) น้ำ 4) ไอน้ำ
43. เมื่อนำกระดาษลิตมัสไปทดสอบกับน้ำสบู่ ผลที่ปรากฏคือข้อใด
1) เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
2) เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากน้ำเงินเป็นสีแดง
3) เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีส้ม
4) เปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีม่วง
44. ข้อใดเรียงลำดับอวัยวะในระบบย่อยอาหารได้ถูกต้อง
1) ปาก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร
2) ปาก กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร
3) ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
4) ปาก ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่
45. คนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ จะเป็นอันตรายต่ออวัยวะส่วนใดมากที่สุด
1) ตับ 2) ไต
3) ปอด 4) กระเพาะอาหาร
46. ข้อใดเป็นหน้าที่ของถุงลมที่อยู่ภายในปอด
1) เก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เอาไว้และคายออกซิเจนตอนหายใจเข้า
2) คายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกและรับก๊าซออกซิเจนตอนหายใจเข้า
3) ฟอกเลือดดำเป็นเลือดแดง
4) เก็บทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจน
47. นายสมชายเป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็มมาก ซึ่งจะเป็นอันตราย
ต่ออวัยวะส่วนใดมากที่สุด
1) ปอด 2) ตับ
3) ไต 4) กระเพาะปัสสาวะ
48. ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กหญิงเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
1) การมีประจำเดือน หน้าอกขยาย สะโพกผาย
2) การมีประจำเดือน เสียงแหลม
3) หน้าอกขยาย มีขนขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ
4) เสียงแตกพร่า มีขนขึ้นที่แขน ขา
49. บุคคลใดที่สงสัยว่าเป็นบุคคลที่ติดสิ่งเสพติด
1) สมหญิงอาเจียนเป็นประจำ เนื่องจากทานอาหารไม่ตรงเวลา
2) สมชายนอนตื่นสายเป็นประจำ
3) บุญมามีรอยเข็มฉีดยาตามบริเวณแขน
4) บุญมีชอบอยู่คนเดียวเวลาหงุดหงิด
50. โรคในข้อใดที่เป็นโรคติดต่อทางระบบหายใจ
1) มะเร็ง 2) หิด
3) วัณโรค 4) มาลาเรีย
51. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของสสาร
1) สิ่งที่มีตัวตน 2) มีมวล
3) ต้องการที่อยู่ 4) สัมผัสได้ยาก
52. การจัดจำแนกสารออกเป็นหมวดหมู่อาศัยเกณฑ์ที่เหมาะสมในข้อใด
1) สถานะ 2) องค์ประกอบทางเคมี
3) เนื้อสาร 4) ถูกทุกข้อ
53. ถ้าจัดให้น้ำขี้เถ้า น้ำเชื่อม น้ำและ เงิน เป็นสารกลุ่มเดียวกัน
เกณฑ์ที่ใช้คือข้อใด
1) เนื้อของสาร 2) การนำไฟฟ้า
3) สารบริสุทธิ์ 4) สารประกอบ
54. สมบัติของสารแบ่งออกเป็นกี่ลักษณะ
1) 2 ลักษณะ 2) 3 ลักษณะ
3) 4 ลักษณะ 4) ไม่มีข้อถูก
55. ข้อใดคือสมบัติที่เหมือนกันของสารละลายกับสารบริสุทธิ์
1) มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวคงที่ 2) ประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว
3) เป็นสารประกอบ 4) เป็นสารเนื้อเดียว
56. ข้อใดไม่ใช่สารประกอบ
1) น้ำตาลทราย 2) ดินประสิว
3) น้ำ 4) ปรอท
57. ข้อใดจัดเป็นสารเนื้อผสม
1) ทองแดง 2) คลอรีน
3) สังกะสี 4) ทองเหลือง
58. ข้อใดจัดเป็นสารละลาย
1) ปรอท 2) น้ำยาเช็ดแผล 30%
3) ทองแดง 4) น้ำตาลทราย
59. ธาตุกัมมันตรังสีที่ใช้ถนอมอาหาร คือข้อใด
1) คาร์บอน-14 2) ฟอสฟอรัส-32
3) โคบอลต์-60 4) โซเดียม-24
60. วิธีที่ดีที่สุดในการแยกเกลือออกจากกำมะถัน คือข้อใด
1) ละลายในตัวละลายแล้วกลั่น 2) ละลายน้ำแล้วกรอง
3) กลั่นลำดับส่วน 4) ละลายแล้วตกผลึก
61. วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะแยกผงถ่าน ข้าวสาร ออกจากกัน คือข้อใด
1) การกรอง
2) ใช้ตะแกรงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1 มิลลิเมตร ร่อน
3) เก็บออก
4) ตกตะกอน
62. ข้อใดแยกสารละลายออกจากตัวทำละลายได้ดี
1) การตกตะกอน 2) การระเหย
3) การกลั่น 4) การกรอง
63. สารในข้อใดมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวไม่คงที่
1) ปรอท 2) แอลกอฮอล์
3) น้ำ 4) น้ำเกลือ

64. สารบริสุทธิ์เนื้อเดียวเกิดจากสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 2
ชนิดขึ้นไปมารวมกันด้วยแรง
ยึดเหนี่ยวทางเคมี และมีสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างจากเดิม หมายถึงข้อใด
1) สารประกอบ 2) ของผสม
3) สารละลาย 4) คอลลอยด์
65. ผงชูรสที่รับประทานแล้วปลอดภัยถ้านำไปเผาจะมีสีใด
1) สีขาว 2) สีเทา
3) สีดำ 4) สีน้ำเงิน
66. จากตารางเป็นการทดสอบสารด้วยกระดาษลิตมัสสีแดงและสีน้ำเงินได้ผลดังนี้
สาร การเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัส
กระดาษลิตมัสสีแดง กระดาษลิตมัสสีน้ำเงิน
A
B
C
D น้ำเงิน
ไม่เปลี่ยน
ไม่เปลี่ยน
น้ำเงิน ไม่เปลี่ยน
แดง
ไม่เปลี่ยน
ไม่เปลี่ยน
สารในข้อใดเป็นกรด
1) A 2) B
3) C 4) D
67. ถ้าสารเคมีถูกผิวหนังสิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ คือข้อใด
1) ล้างบริเวณนั้นด้วยน้ำให้มากๆ
2) ล้างบริเวณนั้นด้วยกรดอ่อนๆ
3) ล้างบริเวณนั้นด้วยเบสอ่อนๆ
4) ทาครีมบำรุงผิว

68. ถ้าเราเอาขี้เถ้าจากเตาไฟมาละลายน้ำเมื่อทดสอบด้วยกระดาษลิตมัสผลจะเป็น
อย่างไร
1) กระดาษลิตมัสเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
2) กระดาษลิตมัสเปลี่ยนจากสีแดงเป็นน้ำเงิน
3) กระดาษลิตมัสสีน้ำเงินไม่เปลี่ยนแปลง
4) ข้อ 2) และ ข้อ 3) ถูก
69. สารละลายชนิดใดทำให้สบู่แข็งตัวได้
1) แมกนีเซียมซัลเฟต 2) แคลเซียมคาร์บอเนต
3) โซเดียมไฮดรอกไซด์ 4) ไฮโดรเจนซัลไฟด์
70. สารในข้อใดตรวจสอบน้ำส้มสายชู
1) เบเนดิกส์ 2) เมทิลแอลกอฮอล์
3) ไอโอดีน 4) เจนเชียนไวโอเลต
71. เหตุใดเมื่อนำขวดแก้วที่บรรจุน้ำอัดลมแช่ในช่องแช่แข็งขวดจึงแตก
1) น้ำอัดลมมีปริมาตรเพิ่มขึ้น
2) ขวดแก้วถูกความเย็น
3) ขวดแก้วมีการหดตัว
4) ขวดแก้วมีปริมาตรเพิ่มขึ้น
72. หลักการในข้อใดทำเกลือสมุทร
1) การระเหยกับการตกตะกอน
2) การระเหยกับการตกผลึก
3) การระเหิดกับการตกผลึก
4) การหลอมเหลวกับการตกตะกอน
73. ข้อใดทำให้เกิดลมบก ลมทะเล
1) อิทธิพลของดวงจันทร์ 2) โลกหมุนรอบตัวเอง
3) การแผ่รังสีความร้อน 4) การพาความร้อน


74. ลมบกเกิดในเวลาใดและมีสาเหตุอย่างไร
1) ในเวลากลางวันอุณหภูมิเหนือพื้นน้ำสูงกว่าพื้นดิน
2) ในเวลากลางวันอุณหภูมิเหนือพื้นดินสูงกว่าพื้นน้ำ
3) ในเวลากลางคืนอุณหภูมิเหนือพื้นน้ำสูงกว่าพื้นดิน
4) ในเวลากลางคืนอุณหภูมิเหนือพื้นดินสูงกว่าพื้นน้ำ
75. เราตากผ้าในบริเวณใดจึงจะแห้งเร็วที่สุด
1) อากาศเย็นและมีไอน้ำมาก 2) อากาศเย็นและมีไอน้ำน้อย
3) อากาศร้อนและมีไอน้ำมาก 4) อากาศร้อนและมีไอน้ำน้อย
76. จุกยางห้อยตุ๊กตาติดกับกระจก โดยไม่ตกลงพื้นเกี่ยวข้องกับข้อใด
1) ความดัน 2) ความหนาแน่น
3) ความชื้น 4) แรงโน้มถ่วง
77.


จากภาพถ้าเราใส่น้ำลงในกระป๋องให้เต็ม ผลจะเป็นอย่างไร
1) รู A น้ำจะพุ่งไกลที่สุด 2) รู B น้ำจะพุ่งไกลที่สุด
3) รู C น้ำจะพุ่งไกลที่สุด 4) ทั้ง 3 รูจะพุ่งไกลเท่าๆ กัน
78. เครื่องมือชนิดใดใช้วัดความสูงบนเครื่องบิน
1) แอนนิมอมิเตอร์ 2) แอลติมิเตอร์
3) ไฮดรอมิเตอร์ 4) บารอมิเตอร์
79. ผู้ทดลอง "ฟ้าแลบเกิดจากประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆ" คือใคร
1) โทมัส เอดิสัน 2) ไมเคิล ฟาราเดย์
3) โรเบิร์ต บอยส์ 4) เบนจามิน แฟรงคลิน

80. วัตถุที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเรียกว่าอะไร
1) ตัวนำไฟฟ้า 2) ฉนวนไฟฟ้า
3) ตัวกลางไฟฟ้า 4) ตัวต้านทานไฟฟ้า
81. การถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดินจะเกิดปรากฏการณ์ใด
1) ฟ้าแลบ 2) ฟ้าร้อง
3) ฟ้าผ่า 4) ไม่เกิดปรากฏการณ์ใด
82. โลหะที่นำไฟฟ้าได้ดีที่สุดคือโลหะใด
1) ทองแดง 2) เงิน
3) อะลูมิเนียม 4) เหล็ก
83. อโลหะต่อไปนี้เป็นฉนวนไฟฟ้า ยกเว้นข้อใด
1) ซิลีเนียม 2) ออกซิเจน
3) ซีนอน 4) แกรไฟต์
84. เพราะเหตุใดจึงติดตั้งสายล่อฟ้า
1) ป้องกันอันตรายจากการเกิดฟ้าผ่า
2) เพื่อให้เกิดฟ้าแลบ
3) ป้องกันการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้า
4) เพื่อให้เกิดกระแสไฟฟ้า
85. สายไฟในบ้านชำรุด ถ้าเราต้องการซ่อมควรทำสิ่งใดก่อน
1) ปิดสวิตช์ไฟฟ้า 2) ยกสะพานไฟ
3) เปลี่ยนฟิวส์ 4) เปิดไฟฟ้าทุกดวง
86. กระแสไฟฟ้าภายในบ้าน โดยทั่วไปมีแรงเคลื่อนเท่าใด
1) 110 โวลต์ 2) 120 โวลต์
3) 200 โวลต์ 4) 220 โวลต์
87. ไฟ A.C. เป็นไฟฟ้าที่ได้จากแหล่งกำเนิดใด
1) จากธรรมชาติ 2) แบตเตอรี่
3) ไดนาโม 4) เซลล์สุริยะ
88. เครื่องมือที่ใช้วัดพลังงานไฟฟ้า คือข้อใด
1) วัตต์มิเตอร์ 2) โอห์มมิเตอร์
3) โวลต์มิเตอร์ 4) แอมมิเตอร์
89. ระบบใดมีขนาดใหญ่ที่สุด
1) กาแล็กซี 2) สุริยะ
3) เอกภพ 4) เนบิวลา
90. ดาวดวงใดมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นครั้งคราว
1) ดาวศุกร์ 2) ดาวอังคาร
3) ดาวเนปจูน 4) ดาวยูเรนัส
91. ดาวเคราะห์ดวงใดที่สวยงามมีวงแหวนล้อมรอบ
1) ดาวพฤหัสบดี 2) ดาวศุกร์
3) ดาวเสาร์ 4) ดาวยูเรนัส
92. ดาวหางจะมีหางยาวเมื่อโคจรเข้าใกล้สิ่งใด
1) โลก 2) ดวงอาทิตย์
3) ดาวพฤหัสบดี 4) ดาวเสาร์
93. ในเอกภาพ ธาตุที่มีมากที่สุด คือข้อใด
1) ไฮโดรเจน 2) ไนโตรเจน
3) ฮีเลียม 4) ออกซิเจน
94. ในช่วงฤดูใดที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นกว่าเวลากลางคืน
1) ฤดูฝน 2) ฤดูหนาว
3) ฤดูร้อน 4) ฤดูใบไม้ร่วง
95. ยานอวกาศลำใดที่สำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นลำแรก
1) ยานดิสคัฟเวอรี 2) ยานโคลัมเบีย
3) ยานอะพอลโล 11 4) ยานคลีเมนไทม์


96. การส่งข้อมูลจากดาวเทียมมายังโลกจะส่งมาในลักษณะใด
1) คลื่นเสียง 2) คลื่นแสง
3) คลื่นวิทยุ 4) คลื่นความถี่สูง
97. อุปกรณ์ชนิดใดจำเป็นต้องติดตั้งไว้กับดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
1) โทรทัศน์ 2) กล้องถ่ายภาพ
3) วิทยุ 4) เครื่องอัดเสียง
98. ดาวเทียมดวงใดที่ไทยเช่าประเทศอินโดนีเซีย
1) ปาลาปา 2) อินเทลแซต
3) จีโอส 4) ชามอส
99. กาแล็กซีทางช้างเผือก มีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร
1) ทรงกลม 2) ทรงกระบอก
3) รูปไข่ 4) รูปจักรหรือไข่ดาว
100. ดาวดวงใดที่เราจะเห็นได้ชัดเจนและเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดในปลายเดือนตุลาคม
2548 ที่ผ่านมา
1) ดาวอังคาร 2) ดาวศุกร์
3) ดาวเสาร์ 4) ดาวพฤหัสบดี

โทษของธาตุกัมมันตรังสี

โทษของธาตุกัมมันตรังสี
1. ถ้าร่างกายได้รับจะทำให้โมเลกุลภายในเซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถทำงานตามปกติได้
ถ้าเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมก็จะเกิดการผ่าเหล่า
โดยเฉพาะเซลล์สืบพันธุ์เมื่อเข้าไปในร่างกายจะไปสะสมในกระดูก
2. ส่วนผลที่ทำให้เกิดความป่วยไข้จากรังสี
เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้รับรังสี โมเลกุลของธาตุต่างๆ
ที่ประกอบเป็นเซลล์จะแตกตัว ทำให้เกิดอาการป่วยไข้และเกิดมะเร็งได้


การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี
การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี เรียกว่า
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
1. ปฏิกิริยาฟิชชัน (Fission reaction) คือ
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น
เนื่องจากการยิงอนุภาคนิวตรอนเข้าไปยังนิวเคลียสของธาตุหนัก
แล้วทำให้นิวเคลียร์แตกออกเป็นนิวเคลียร์ที่เล็กลงสองส่วนกับให้อนุภาคนิวตรอน
2-3 อนุภาค และคายพลังงานมหาศาลออกมา
ถ้าไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้อาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่เรียกว่า
ลูกระเบิดปรมาณู (Atomic bomb)
เพื่อควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ไม่ให้เกิดรุนแรงนักวิทยาศาสตร์จึงได้สร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า


ภาพที่ 12 การเกิดปฏิกิริยาฟิชชัน

2. ปฏิกิริยาฟิวชัน (Fussion reaction) คือ
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่นิวเคลียสของธาตุเบาหลอมรวมกันเข้าเป็นนิวเคลียสที่หนักกว่า
และมีการคายความร้อนออกมาจำนวนมหาศาลและมากกว่าปฏิกิริยาฟิชชันเสียอีก
ปฏิกิริยาฟิวชันที่รู้จักกันดี คือ ปฏิกิริยาระเบิดไฮโดรเจน (Hydrogen
bomb) ดังภาพ


ภาพที่ 13 การเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน

ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี
1. ด้านธรณีวิทยา การใช้คาร์บอน-14 (C-14) คำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ
2. ด้านการแพทย์ ใช้ไอโอดีน-131 (I-131)
ในการติดตามเพื่อศึกษาความผิดปกติของต่อมไธรอยด์ โคบอลต์-60 (Co-60)
และเรเดียม-226 (Ra-226) ใช้รักษาโรคมะเร็ง
3. ด้านเกษตรกรรม ใช้ฟอสฟอรัส 32 (P-32)
ศึกษาความต้องการปุ๋ยของพืช ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ
และใช้โพแทสเซียม-32 (K-32) ในการหาอัตราการดูดซึมของต้นไม้
4. ด้านอุตสาหกรรม ใช้ธาตุกัมมันตรังสีตรวจหารอยตำหนิ เช่น
รอยร้าวของโลหะหรือท่อขนส่งของเหลว ใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการ
ตรวจสอบและควบคุมความหนาของวัตถุ
ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพื่อให้มีสีสันสวยงาม
5. ด้านการถนอมอาหาร ใช้รังสีแกมมาของธาตุโคบอลต์-60 (Co-60)
ปริมาณที่พอเหมาะใช้ทำลายแบคทีเรียในอาหาร
จึงช่วยให้เก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น
6. ด้านพลังงาน
มีการใช้พลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของยูเรีเนียม-238
(U-238) ต้มน้ำให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไอน้ำไปหมุนกังหัน
เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี

การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี
การเกิดปฏิกิริยาของธาตุกัมมันตรังสี เรียกว่า
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่งมี 2 ประเภท คือ
1. ปฏิกิริยาฟิชชัน (Fission reaction) คือ
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น
เนื่องจากการยิงอนุภาคนิวตรอนเข้าไปยังนิวเคลียสของธาตุหนัก
แล้วทำให้นิวเคลียร์แตกออกเป็นนิวเคลียร์ที่เล็กลงสองส่วนกับให้อนุภาคนิวตรอน
2-3 อนุภาค และคายพลังงานมหาศาลออกมา
ถ้าไม่สามารถควบคุมปฏิกิริยาได้อาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่เรียกว่า
ลูกระเบิดปรมาณู (Atomic bomb)
เพื่อควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ไม่ให้เกิดรุนแรงนักวิทยาศาสตร์จึงได้สร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า


ภาพที่ 12 การเกิดปฏิกิริยาฟิชชัน

2. ปฏิกิริยาฟิวชัน (Fussion reaction) คือ
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่นิวเคลียสของธาตุเบาหลอมรวมกันเข้าเป็นนิวเคลียสที่หนักกว่า
และมีการคายความร้อนออกมาจำนวนมหาศาลและมากกว่าปฏิกิริยาฟิชชันเสียอีก
ปฏิกิริยาฟิวชันที่รู้จักกันดี คือ ปฏิกิริยาระเบิดไฮโดรเจน (Hydrogen
bomb) ดังภาพ


ภาพที่ 13 การเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน

ประโยชน์จากการใช้ธาตุกัมมันตรังสี
1. ด้านธรณีวิทยา การใช้คาร์บอน-14 (C-14) คำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ
2. ด้านการแพทย์ ใช้ไอโอดีน-131 (I-131)
ในการติดตามเพื่อศึกษาความผิดปกติของต่อมไธรอยด์ โคบอลต์-60 (Co-60)
และเรเดียม-226 (Ra-226) ใช้รักษาโรคมะเร็ง
3. ด้านเกษตรกรรม ใช้ฟอสฟอรัส 32 (P-32)
ศึกษาความต้องการปุ๋ยของพืช ปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการ
และใช้โพแทสเซียม-32 (K-32) ในการหาอัตราการดูดซึมของต้นไม้
4. ด้านอุตสาหกรรม ใช้ธาตุกัมมันตรังสีตรวจหารอยตำหนิ เช่น
รอยร้าวของโลหะหรือท่อขนส่งของเหลว ใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการ
ตรวจสอบและควบคุมความหนาของวัตถุ
ใช้รังสีฉายบนอัญมณีเพื่อให้มีสีสันสวยงาม
5. ด้านการถนอมอาหาร ใช้รังสีแกมมาของธาตุโคบอลต์-60 (Co-60)
ปริมาณที่พอเหมาะใช้ทำลายแบคทีเรียในอาหาร
จึงช่วยให้เก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น
6. ด้านพลังงาน
มีการใช้พลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของยูเรีเนียม-238
(U-238) ต้มน้ำให้กลายเป็นไอ แล้วผ่านไอน้ำไปหมุนกังหัน
เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

เฉลยวิทยาศาสตร์ เรื่อง กรด-เบส ม.1

1. ใช่ 2. ใช่ 3. ไม่ใช่ 4. ไม่ใช่ 5. ใช่
ปรนัย.
1. ง 2. ข 3. ค 4. ค 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ก 10. ค
อัตนัย
1. สารละลาย เจนเชียนไวโอเล็ต
2. อะลูมิเนียม
3. โซเดียมไฮดรอกไซด์
4. สารละลายเบสทำปฏิกริยากับแอมโมเนียมไนเตรด
5. น้อยกว่า 7 แสดงความเป็นกรด มากกว่า 7 แสดงความเป็นด่าง
6. ดูการเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัส
ดูแถบสีของกระดาษ pH
คุณสมบัติของกรด
1. มีรสเปรี้ยว
2. มีค่า pH ตำกว่า 7
3. กัดกร่อนพลาสติก
4. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากนำเงินเป็นแดง
5. ทำปฏิกริยากับโลหะจะเกิด กาซ ไฮโดรเจน
6. ทำปฏิกริยากับหินปูน จะเกิดกาซ คาร์บอนไดออกไซด์
7. นำไฟฟ้าได้ 8. ละลายน้ำแล้ว จะให้ H+
คูณสมบัติของเบส
1. มีรสฝาด
2. เปลียนสีกระดาษลิตมัสจาก แดงเป็นน้ำเงิน
3. ทำปฏิกริยากับอะลูมิเนียมจะได้กาซไฮโดรเจน
4. ถูกับมือจะรู้สึกลื่น
5. ทำปฏิกริยากับแอมโมเนียมไนเตรด จะเกิด กาซแอมโมเนีย
6. ทำปฏิกริยากับน้ำมันพืชหรือ น้ำมันสัตว์จะได้ สบู่
7. ละลายน้ำจะให้ OH-
วิธีแยกสารเนื้อเดียว
ของแข็งกับของเหลว - การตกผลึก, การระเหิด
ของเหลวกับของเหลว- การกลั่น , โครมาโทรกราฟี่
วิธีแยกสารเนื้อผสม
ของแข็งกับของแข็ง - อำนาจแม่เหล็ก, การระเหิด, การหยิบออกหรือเขี่ยออก
ของแข็งกับของเหลว- การตกตะกอน, การกรอง
ของเหลวกับของเหลว- การสกัดด้วยตัวทำละลาย, การใช้กรวยแยก


http://go-genius.spaces.live.com/blog/cns!164609C4F58E371D!283.entry?sa=60028624

วิทยาศาสตร์ เรื่อง กรด-เบส ม.1

แบบ ทดสอบชนิดถูกผิดให้เลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
1. กรดทุกชนิดรับประทานได้
.........ใช่ ...........ไม่ใช่
2. เบสทำปฏิกิริยากับไขมันแล้วได้สบู่
.........ใช่ ...........ไม่ใช่
3. โลหะทุกชนิดทำปฏิกิริยากับเบสได้แก๊สไฮโดรเจน .........ใช่
...........ไม่ใช่
4. ระดับความเป็นกรดเพิ่มขึ้นค่า pHจะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย
.........ใช่ ...........ไม่ใช่
5. กรดที่รับประทานได้ต้องไม่เปลี่ยนสีเจนเชียนไวโอเลต .........ใช่
...........ไม่ใช่
เลือกคำตอบที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
1. ข้อใดเป็นสมบัติของกรด
ก. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน ข.
ไม่กัดกร่อนหินปูน ค.
มีรสฝาด ง.
กัดกร่อนโลหะเกิดแก๊สไฮโดรเจน
2. การทำปฏิกิริยาของเบสกันสารใดที่เกิดสารคล้ายสบู่
ก. เบสกับแอมโมเนียมไนเตรต
ข. เบสกับน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์
ค. เบสกับกรดเกลือ
ง. เบสกับชิ้นอะลูมิเนียม
3. สารในข้อใดใช้ทำน้ำยาล้างห้องน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์
ก. กรดแอซีติก โซดาซัก
ข. กรดไนตริก กรดเกลือ
ค. โซเดียมไฮดรอกไซด์ กรดซัลฟิวริก
ง. แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์, โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์
4. สาร A เปลี่ยนสีเจนเชียนไวโอเลตจากสีม่วงเป็นสีเขียว สาร A
ควรเป็นสารในข้อใด
ก. น้ำมะขาม
ข. น้ำส้มสายชู
ค. น้ำกรดซัลฟิวริก
ง. น้ำยาเช็ดกระจก
5. ถ้าสาร X มีสมบัติเป็นกลาง จะมีค่า pH เท่าไร
ก. น้อยกว่า 7 ข. มากกว่า 7
ค. เท่ากับ 7 ง.
ระหว่าง 5-6
6. ข้อใดไม่ใช่สมบัติของกรด
ก.มีรสฝาด
ข.ทำปฏิกิริยากับโลหะได้แก๊สไฮโดรเจน
ค.ทำปฏิกิริยากับไขมันได้สบู่
ง.เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
7. สารในข้อใดไม่จัดเป็นเบส
ก.โซดาซักผ้า ข.น้ำยาล้างห้องน้ำ
ค.ผงฟู ง.น้ำอัดลม
8. อินดิเคเตอร์ชนิดใดสามารถนำมาตรวจสอบความเป็นเบสได้
ก.กระดาษลิตมัส ข.กระดาษขมิ้น
ค.ดอกอัญชัน ง.สารละลายฟีนอล์ฟทาลีน
9. ถ้าต้องการทำสบู่ควรใช้น้ำมันพืชรวมกับสารใด
ก.โซเดียมไฮดรอกไซด์ ข.ไฮโดรคลอริก
ค.โพแทสเซยมเปอร์แมงกาเนต ง.ซัลฟิวริก
10. น้ำยาล้างห้องน้ำมีสมบัติอย่างไร
ก. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน
ข. ทำปฏิกิริยากับหินปูนได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ค. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
ง. ทำปฏิกริยากับแอมโมเนียมไนเตรดจะได้กลิ่นฉุนของแอมโมเนีย

จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. ถ้าต้องการทราบว่าน้ำส้มสายชูที่วางขายตามท้องตลาดนั้นสามารถรับประทานได้หรือไม่จะต้องใช้
สาร ใดทดสอบ ...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
2.โลหะที่ใส่ลงในสารละลายเบสแล้วได้แก๊สไฮโดรเจนคือ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
3.โซดา ไฟมีชื่อทางเคมีว่าอะไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
4.แก๊ส ที่มีกลิ่นฉุนใช้ผสมทำยาดมสำหรับดมเมื่อเกิดอาการเวียนศีรษะหรือเป็นลมเกิด
จากการรวมกันของสารใด
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
5.ค่า pHเท่าใดที่บ่งบอกว่าสารนั้นมีความเป็นเบส และ กรด
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
6. เรามีวิธีตรวจสอบว่าสารนั้นเป็น กรด เบสอย่างไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


จัดทำโดย :http://go-genius.spaces.live.com

สารในข้อใดเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากน้าเงินเป็นแดง

1. อนุภาคที่เล็กที่สุดของสสารเรียกว่าอะไร

ก. ธาตุ
ข. อะตอม
ค. โมเลกุล
ง. สารประกอบ
2.ข้อใดถูกต้อง
ก. ในภาวะปกติ ธาตุมีได้ทั้ง 3 สถานะ
ข. ธาตุสามารถแยกเป็นองค์ประกอบย่อยได้อีก
ค. ธาตุอาจเป็นสารเนื้อเดียวกัน หรือสารเนื้อผสมก็ได้
ง. ธาตุสองชนิดขึ้นไปมาผสมกัน ต้องได้สารประกอบเสมอ
3. ข้อใดเป็นธาตุทั้งหมด
ก. เหล็ก อากาศ ทองคำ
ข. ไฮโดรเจน คาร์บอน นิเกิล
ค. กำมะถัน ด่างทับทิม ปรอท
ง. พลวง ปรอท แอลกอฮอล์
4. ข้อใดต่อไปนี้ จัดเป็นธาตุทั้งหมด
ก. CO2 NO2 O2 H2
ข. Mg N2 Br2 O2
ค. K Mg Be CO
ง. H2O He Na Cl2
5. ข้อใดเป็นสัญลักษณ์ของธาตุทองคำ
ก. Au
ข. Ag
ค. Cu
ง. Ga
6. ธาตุในข้อใด เป็นโลหะทั้งหมด

ก. Li Al P
ข. Al B Zi
ค. Zn Ag Na
ง. Na Mg C
จงพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 7-8

ธาตุ A มีสมบัตินำไฟฟ้าได้, ผิวเป็นมันวาว
ธาตุ B มีสมบัตินำไฟฟ้าไม่ได้, เปราะ
ธาตุ C มีสมบัตินำไฟฟ้าได้, เปราะ
ธาตุ D มีสมบัตินำไฟฟ้าไม่ได้, มีสถานะก๊าซ

7. ธาตุใดเป็นโลหะ

ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
8. ธาตุใดเป็นกึ่งโลหะ
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D
9. โมเลกุลของ H3PO4 กับ C2H6O มีจำนวนอะตอมแตกต่างกันกี่อะตอม
ก. 1 อะตอม
ข. 2 อะตอม
ค. 3 อะตอม
ง. 4 อะตอม
10. อนุภาคมูลฐานของธาตุ คือข้อใด
ก. โปรตอน และอิเล็กตรอน
ข. โปรตอน และนิวตรอน
ค. นิวตรอน และอิเล็กตรอน
ง. โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
11. สัญลักษณ์ของธาตุที่มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับ 13 จำนวนนิวตรอนเท่ากับ
14 คือข้อใด

ก.
ข.
ค.
ง.

12. เมื่ออะตอมของธาตุเสียอิเล็กตรอนจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งใด
ก. ไอออนลบ
ข. ไอออนบวก
ค. ธาตุชนิดใหม่
ง. สารประกอบ
13. ข้อใดมีการใช้ประโยชน์จากธาตุ ไม่ถูกต้อง
ก. ทองแดงใช้ทำมอเตอร์ไฟฟ้า
ข. อะลูมิเนียมใช้ทำแผ่นห่ออาหาร
ค. ทองคำใช้ทำเครื่องประดับ
ง. คลอรีนใช้เป็นตัวนำไฟฟ้า
จงพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 14

1) ธาตุ W แผ่รังสีแอลฟาเพื่อลดพลังงานส่วนเกินในนิวเคลียส
2) ธาตุ X เกิดปฏิกิริยาเคมีกับธาตุ Y เกิดเป็นสารประกอบ Z คายพลังงานความร้อน
3) ธาตุ M ให้รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อลดพลังงานส่วนเกินในนิวเคลียส
4) ธาตุ A รวมกับธาตุ B เกิดเป็นสารละลาย AB คายพลังงานความร้อน

14. ข้อใดเป็นธาตุกัมมันตรังสี
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 3 และ 4
ค. ข้อ 2 และ 4
ง. ข้อ 1 และ 3
15. การใช้ประโยชน์จากธาตุกำมันตรังสีในข้อใดถูกต้อง
ก. Co - 60 ตรวจสอบอายุวัตถุโบราณ
ข. Na - 23 ใช้รักษาโรคเบาหวาน
ค. U - 238 ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
ง. I - 131 ใช้รักษาโรคมะเร็ง
16. สารในข้อใดจัดเป็นสารประกอบ
ก. สาร A มีสถานะเป็นของแข็ง จุดหลอมเหลว 1,535 oC และนำไฟฟ้า
ข. สาร B เป็นของแข็งสีดำ จุดหลอมเหลว 2,030 oC และไม่นำไฟฟ้า
ค. สาร C เป็นของเหลวใสไม่มีสีนำไปแยกด้วยไฟฟ้าได้ธาตุ X กับธาตุ Y
ง. สาร D เป็นของเหลวสีเงิน เป็นมันวาว เหนียว จุดหลอมเหลว -39 oC
17. สารในข้อใดเป็นสารประกอบทุกสาร
ก. ทิงเจอร์ไอโอดีน น้ำเชื่อม ทองเหลือง
ข. น้ำอัดลม น้ำปูนใส น้ำตาลทราย
ค. แนฟทาลีน เหรียญบาท กำมะถัน
ง. ด่างทับทิม ปูนขาว เกลือแกง
18. ข้อใดต่อไปนี้ จัดเป็นสารประกอบทั้งหมด
ก. S8 N2 H2
ข. Cl2 CO O2
ค. CO2 NaCl H2O
ง. O2 N2 H2O2
19. สารประกอบในข้อใดเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงินทั้งหมด
ก. แอมโมเนีย โซดาไฟ น้ำปูนใส
ข. กรดเกลือ น้ำส้มสายชู กรดคาร์บอนิก
ค. เกลือแกง หินปูน ยิปซัม
ง. น้ำขี้เถ้า ดินประสิว ด่างทับทิม
20. ข้อใดมีการใช้ประโยชน์จากสารประกอบ ไม่ถูกต้อง
ก. กรดซัลฟิวริกใช้เติมแบตเตอรี่
ข. โซเดียมคลอไรด์ใช้ปรุงอาหาร
ค. แคลเซียมคาร์บอเนตใช้ทำผงซักฟอก
ง. สารส้มใช้แกว่งน้ำให้ตะกอนตกลงก้นตุ่ม

นำวัตถุก้อนหนึ่งที่ไม่ทราบชนิดมวล 10 กิโลกรัมมาเผาไฟ ปรากฏว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 oC โดยเสียพลังงานความร้อนไป 2,000 จูล ความจุความร้อนและความจุความร้อนจำเพาะของ วัตถุก้อนนั้นมีค่าเท่าใด

นำวัตถุก้อนหนึ่งที่ไม่ทราบชนิดมวล 10 กิโลกรัมมาเผาไฟ
ปรากฏว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 oC
โดยเสียพลังงานความร้อนไป 2,000 จูล ความจุความร้อนและความจุความร้อนจำเพาะของ
วัตถุก้อนนั้นมีค่าเท่าใด
ก. ความจุความร้อน 2,000 J/K ความจุความร้อนจำเพาะ 200 J/Kg.K
ข. ความจุความร้อน 2,000 J/Kg ความจุความร้อนจำเพาะ 2,000 J/Kg.K
ค. ความจุความร้อน 200 J/Kg ความจุความร้อนจำเพาะ 200 J/Kg.K
ง. ความจุความร้อน 200 J/K ความจุความร้อนจำเพาะ 2,000 J/Kg.K

มาเป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์กันเถอะ

มาเป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์กันเถอะ
"วาจา" หรือ "ลมปาก" หาใช่สิ่งเดียวที่คือ "เสน่ห์" ของชายหนุ่มเท่านั้น
แต่ยังมี "ภาษากาย" อย่างอื่นที่บ่งบอกถึง "เสน่ห์" น่าหลงใหลของชายหนุ่ม
...
เรื่อง...เจ้าชายกบ

"วาจา" หรือ "ลมปาก" หาใช่สิ่งเดียวที่คือ "เสน่ห์" ของชายหนุ่มเท่านั้น
แต่ยังมี "ภาษากาย" อย่างอื่นที่บ่งบอกถึง "เสน่ห์" น่าหลงใหลของชายหนุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นการวางมาด การสื่ออารมณ์ทางหน้าตา ท่าทาง หรือแม้แต่สีหน้า
การเลิกคิ้ว กะพริบตา แล้วก็การส่งสายตา ฯลฯ

เวลาชายหนุ่มต้องการจะพูดถึงเสน่ห์
เขามักจะนึกถึงก็เวลาที่ต้องการจะโปรยให้สาวๆ เจ้านาย หรือลูกค้า
ว่าแล้วก็มาฝึกโปรยเสน่ห์กันดีกว่า...


พร้อม (โปรย) เสมอ
จะมีเสน่ห์ให้ "พร้อมใช้" ต้องเริ่มหัดตั้งแต่ที่บ้าน
ตอนแต่งตัวออกจากบ้านตอนเช้า เดินไปเดินมาหน้ากระจกให้แน่ใจ
เสื้อ-กางเกงพอเหมาะพอดีแล้วมั้ย? นอกจากเสื้อผ้าแล้ว หน้า ผม ก็สำคัญ
ไม่ต้องให้หล่อ-เฉียบ-เนี้ยบ แต่เน้นที่เป็นตัวของตัวเอง
พอมั่นใจแล้วใยจะโปรยเสน่ห์ไม่คล่องเล่า?

ทำตัวเป็นจุดเด่น
อย่ากลัวตัวเองจะเวอร์ ถ้าต้องการเป็นหนุ่มมากเสน่ห์
ก็ต้องทำตัวเป็นจุดสนใจ เป็นศูนย์กลางของสังคม
ดึงดูดผู้คนรอบข้างให้ได้ซะก่อน
ต้องหัดขโมยสไตล์นักการเมืองที่พูดจามีเสน่ห์ รู้จักการวางตัว
ทำตัวเป็นคนแคล่วคล่องเต็มไปด้วยพลังงานสม่ำเสมอ
อย่างการไปพบลูกค้าก็ต้องทำท่ากระตือรือร้น แสดงให้เห็นทัศนคติในแง่บวก
ไม่ใช่ว่า ไปถึงก็เปิดศึกอุดมการณ์ "สี" ทางการเมืองเป็นกำแพงซะงั้น

รอยยิ้มพิมพ์ใจ
ยิ้มเอาไว้ได้ใจกว่าอย่างอื่น
ยินดีด้วยสำหรับชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสวยสดใส
เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้ใจไปกว่าครึ่งแล้วล่ะ คิดดูสิ
ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างหนุ่มเก๊กมาดขรึม กับหนุ่มช่างยิ้ม
ใครจะดูมีเสน่ห์น่ารักใคร่กว่ากัน เชื่อเลยว่า
มากกว่าครึ่งต้องเลือกหนุ่มแบบหลัง

ว่ากันว่า หนุ่มๆ ที่ยิ้มง่ายดูอารมณ์ดี มักจะมีความผ่อนคลาย เป็นคนง่ายๆ
ไม่เจ้ากี้เจ้าการ ส่วนหนุ่มมาดเก๊ก...เอ๊ย...มาดขรึมน่ะ
พวกเราก็รู้กันดีเนอะว่า ถ้าไม่ได้เก๊กจากความไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว สาวๆ
อาจจะเห็นว่า คุณเป็นคนน่าเบื่อได้นะ เพราะฉะนั้น เพื่อกันความขัดเขิน
ลองยิ้มให้กระจกทุกวันตอนเช้าก่อน จะได้ชินและยิ้มได้เท่ขึ้นทุกวัน

ยืดอกพกความมั่นใจ
หนุ่มที่มั่นใจคงไม่เดินท่าทางห่อเหี่ยว ไหล่ลู่ดูไร้มาดแน่ๆ เพราะฉะนั้น
แม้ไม่ได้เป็นทหารก็สามารถทำท่าอกผายไหล่ผึ่งได้
นอกจากท่าทางองอาจมีมาดไม่ใช่น้อยแล้ว ยังควรวางท่าให้ภาษากายมีลักษณะ
"เปิด" ด้วย เช่นเวลาไปเที่ยวผับ อย่าพยายามยืนหรือนั่งหันหน้าเข้าหาบาร์
(นอกจากจะตามจีบบาร์เทนดีอยู่) ควรยืนพิงหน้าบาร์แล้วหันหน้ามาหาผู้คน
อย่ายืนกอดอก หรือถือแก้วเครื่องดื่มบริเวณหน้าอก
คนที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยจะรู้สึกว่าคุณไม่ปิดโอกาสเพื่อมิตรภาพระดับใดๆ

ดวงตาคือหน้าต่าง
อย่าลืมคอยส่งสายตาปิ๊งๆ ให้สาวๆ โดยเฉพาะคนที่เล็งเอาไว้เป็นเป้าหมาย
หรือแม้แต่คอยสังเกตคนที่แอบมองคุณอยู่
ทำแกล้งเป็นสายตาบรรจบโดยบังเอิ๊น-บังเอิญ แล้วจ้องตา (ระยะไกล) สัก 5
วินาที สายตาซุกซนของผู้ชายนี่แหละที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายไม่แพ้รอยยิ้มทีเดียวนะ...
จะบอกให้

ข้อมูลโดย : http://www.posttoday.com